ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมิน แนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอบรับปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกที่คลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดการเงินและทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนมีดังนี้
- สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปูทางสู่การเจรจาโครงการนิวเคลียร์ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะลงนามข้อตกลงและเปิดใช้งานในวันศุกร์นี้
- ราคาน้ำมันดิบโลกปรับฐานลดลงแรงทันที ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและผลักดันให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
- สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว ตลาดหุ้นและพันธบัตรโลกปรับตัวดีขึ้น สวนทางกับดัชนีเงินดอลลาร์และทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่อ่อนค่าลง
ปัจจัยขับเคลื่อนโลกและผลกระทบต่อแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้
การพุ่งขึ้นของเสถียรภาพทางการเมืองระหว่างประเทศกลายเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว ทันทีที่แกนนำของทั้งสองประเทศส่งสัญญาณบวกเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซก็หมดไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงรุนแรง ซึ่งส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรวมถึงประเทศไทย
เมื่อความเสี่ยงด้านสงครามลดลงและต้นทุนพลังงานถูกลง ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของฝั่งสหรัฐฯ ก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวสะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ขยับขึ้นครั้งแรกในรอบหลายเดือน สภาวะดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดการถือครองเงินดอลลาร์และทองคำ แล้วโยกเม็ดเงินกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ทิศทางดัชนีเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจึงกลายเป็นแรงหนุนส่งให้สกุลเงินภูมิภาครวมถึงเงินบาทแข็งค่าขึ้นในพริบตา
สำหรับผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก การเคลื่อนไหวของเงินบาทในกรอบ 32.50-32.75 บาทต่อดอลลาร์ ถือเป็นจังหวะสำคัญในการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ผู้นำเข้าสินค้าอาจใช้โอกาสที่บาดแข็งค่านี้ในการเลือกซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อล็อกต้นทุนสินค้านำเข้า ในขณะที่ฝั่งผู้ส่งออกจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการตั้งราคาและติดตามตัวเลขเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดเนื่องจากตลาดเฉลยแล้วว่ามีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ข่าวรายวัน
สรุปภาพรวมตลาดทุนและอัตราแลกเปลี่ยน
ทิศทางและแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องในกรอบ 32.50-32.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงหลังข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเสร็จสมบูรณ์ ปัจจัยแวดล้อมทั้งราคาน้ำมันที่ลดลงและการฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลก จะเป็นตัวกำหนดทิศทางให้เงินบาทยังคงรักษาระดับแข็งค่าในระยะสั้นนี้