บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว โดยผู้ที่ ผ่านเกณฑ์ และ ไม่ผ่านเกณฑ์ มีขั้นตอนดำเนินการแตกต่างกัน ทั้งการเริ่มใช้สิทธิ การยืนยันตัวตน (e-KYC) และการยื่นทบทวนสิทธิ หากยังไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรต่อ สรุปไว้ครบในบทความนี้
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช็กผลแล้วต้องทำอะไรต่อ
ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่
- แอป เป๋าตัง
- แอป ทางรัฐ
- เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารของรัฐ
หลังตรวจสอบผลแล้ว ให้ดำเนินการตามสถานะที่ได้รับ ดังนี้
กรณี “ผ่านเกณฑ์”
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม
- เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม
ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่
ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อน จึงจะเริ่มใช้สิทธิได้
ยืนยันตัวตนผ่านแอปเป๋าตัง
- ทำได้ผ่านแอปเป๋าตัง หรือธนาคารกรุงไทย
- เปิดให้ดำเนินการถึง 12 มกราคม
ยืนยันตัวตนที่ธนาคาร
- ธนาคารออมสิน
- ธ.ก.ส.
- ธอส.
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ดำเนินการได้ถึง 14 ตุลาคม และเมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อย จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม
กรณี “ไม่ผ่านเกณฑ์”
หากผลขึ้นว่า ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ ยังสามารถยื่น ทบทวนสิทธิ ได้ ผ่านเว็บไซต์ แอปทางรัฐ แอปเป๋าตัง หรือหน่วยรับลงทะเบียนของ 5 ธนาคาร
หลังยื่นคำขอแล้ว ต้องตรวจสอบเหตุผลที่ไม่ผ่าน และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ก่อนครบกำหนดที่โครงการกำหนด จากนั้นระบบจะนำข้อมูลกลับไปพิจารณาอีกครั้ง และประกาศผลทบทวนสิทธิในรอบถัดไป
สิทธิสวัสดิการที่ได้รับ
ผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพและการเดินทาง ได้แก่
- ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อเดือน
- ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาททุก 3 เดือน
- สนับสนุนค่าไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
- สนับสนุนค่าน้ำประปาตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
- วงเงินค่าเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อเดือน เช่น
- รถเมล์ ขสมก.
- รถไฟฟ้า BTS, MRT และ Airport Rail Link
- รถไฟ
- รถโดยสาร บขส.
- รถสองแถว
- เรือโดยสารสาธารณะ
สรุป
หลังตรวจสอบผล บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิ่งสำคัญคือดำเนินการตามสถานะของตนเอง หากผ่านเกณฑ์ให้ตรวจสอบว่าต้องยืนยันตัวตนหรือไม่ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ยังสามารถยื่นทบทวนสิทธิและแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับการพิจารณาอีกครั้ง