กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทวันนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.35-31.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นสวนทางกับดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก
- กรอบค่าเงิน: 31.35-31.60 บาทต่อดอลลาร์
- มาตรการใหม่: ธปท. ได้รับอำนาจตรวจสอบธุรกรรมทองคำเข้มงวดขึ้นจากคลัง
- ปัจจัยสหรัฐฯ: ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาด ดัน Treasury yields พุ่ง
วิเคราะห์ปัจจัยหนุนค่าเงินบาทและทิศทางดอลลาร์สหรัฐ
สถานการณ์ ค่าเงินบาท ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยกลับมาแข็งค่าขึ้นท่ามกลางปัจจัยในประเทศที่สำคัญคือ การที่กระทรวงการคลังอนุมัติลงนามให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำอย่างเข้มข้นมากขึ้น มาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามในการลดความผันผวนของค่าเงินที่มักจะถูกกระทบจากการเก็งกำไรทองคำ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพการเงินในระยะยาว
ในขณะที่ฝั่ง ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ยังคงมีความแข็งแกร่งหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีเกินคาด โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงมาอยู่ที่ 198,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงตลาดแรงงานที่ยังคงตึงตัว ปัจจัยนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) ปรับตัวสูงขึ้นทันที นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่ายอดถือครอง US Treasury ของนักลงทุนต่างชาติพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ นำโดยญี่ปุ่นและอังกฤษ ซึ่งช่วยชดเชยแรงขายจากฝั่งจีนได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก ทิศทางค่าเงินในช่วงนี้ยังคงมีความผันผวนสูงจากแรงกดดันของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และมาตรการกำกับดูแลภายในประเทศ การที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินกรอบที่ 31.35-31.60 บาทนั้น สะท้อนให้เห็นว่าบาทอาจจะยังไม่หลุดกรอบแข็งค่าไปไกลมากนักเนื่องจากดอลลาร์ยังมีปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่งอยู่ การติดตามความเคลื่อนไหวของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Capital Flow) และมาตรการตรวจสอบทองคำของ ธปท. จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละสายตาในระยะนี้
สรุป
ค่าเงินบาทวันนี้ มีแนวโน้มแข็งค่าเล็กน้อยในกรอบแคบ แม้ดอลลาร์จะแข็งแกร่งจากตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ที่ดีเกินคาด ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการบังคับใช้มาตรการตรวจสอบธุรกรรมทองคำของ ธปท. ที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะสั้นและระยะกลาง