ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Treasury yields) ปรับตัวลดลง กดดันให้ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง
- ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับทิศทางเงินดอลลาร์ที่อ่อนแอลง
- อัตราการว่างงานสหรัฐปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.1 เปอร์เซ็นต์
ปัจจัยขับเคลื่อนค่าเงินบาทและตลาดการเงินโลก
ทิศทางค่าเงินบาทในระยะนี้เผชิญกับแรงขับเคลื่อนจากตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมที่หดตัวลง 23,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ตลาดการเงินประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐมีโอกาสชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลงและดึงดัชนีค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก
ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานยังคงมีความยืดเยื้อ ประกอบกับการที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สถานการณ์ดังกล่าวดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสร้างความผันผวนให้กับต้นทุนพลังงานนำเข้า
สถานการณ์เงินเฟ้อต่างประเทศและมุมมองเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากปัจจัยในสหรัฐอเมริกา ตัวเลขเศรษฐกิจจากฝั่งเอเชียอย่างประเทศจีนรายงานอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนกรกฎาคมขยายตัวที่ 5เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าผู้ผลิต (PPI) อยู่ที่ระดับ 3.5เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งสองตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ยังคงต้องมีมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจากภาครัฐ
ภาพรวมทั้งหมดส่งผลให้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงเป็นจุดเน้นสำคัญของผู้ประกอบการและนักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
สรุปค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาทต่อดอลลาร์ ได้รับอิทธิพลจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่อ่อนแอ ดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์