ข้อมูลจากฮั่วเซ่งเฮง บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทองคำชั้นนำ ได้เปิดเผยวิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำปี 2569 ว่ากลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอย่างชัดเจน หลังราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,500-4,515 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ พร้อมประเมินเป้าหมายสูงสุดของปีนี้ไว้ที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำแท่งในไทยประมาณ 74,000-75,000 บาทต่อบาททองคำ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักและสถิติสำคัญที่นักลงทุนต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ ดังนี้:
- เป้าหมายราคาทองคำปี 2569: ฮั่วเซ่งเฮงประเมินกรอบเป้าหมายที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ (ทองไทยราว 74,000-75,000 บาท)
- จุดสะสมราคาทองคำระยะสั้น: แนวรับสำคัญสำหรับการเข้าซื้อเมื่อราคาปรับฐาน อยู่ที่โซน 4,425-4,455 ดอลลาร์/ออนซ์ (ทองไทยราว 69,150-69,450 บาท)
- แรงซื้อธนาคารกลางทั่วโลก: รายงานจาก World Gold Council ระบุว่าไตรมาส 2 ปี 2569 ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำสุทธิสูงถึง 289 ตัน เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อน และ 45% ของธนาคารกลางมีแผนเพิ่มทองคำสำรองอีกใน 12 เดือนข้างหน้า
- เงินไหลเข้า Gold ETF: กองทุนทองคำทั่วโลกกลับมามีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ดันปริมาณการถือครองทองคำรวมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4,068 ตัน
ปัจจัยหนุนราคาทองคำ และหนี้สหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์
โครงสร้างการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักหลังจากหนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ส่งผลให้เกิดความกังวลด้านเสถียรภาพทางการคลังระยะยาว แม้ในระยะสั้นความต้องการระดมทุนของรัฐบาลอาจดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นจนเกิดแรงกดดันต่อราคาทองคำบ้าง แต่ในระยะกลางถึงยาว นักลงทุนทั่วโลกเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ แล้วย้ายเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้ประกาศเพิ่มวงเงินโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Treasury Buyback) จากเดิม 2,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ครอบคลุมพันธบัตรอายุ 10-30 ปี ซึ่งมาตรการนี้แม้ไม่ใช่การผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) แต่มีส่วนช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร ลดแรงกดดันของ Bond Yield ระยะยาวลง และส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาทองคำเนื่องจากช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง