ข้อมูลจาก Sanook ระบุว่า กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 – 33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามการย่อตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่ปัจจัยจากฝั่งสหรัฐฯ ยังคงมีแรงหนุนดอลลาร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
- กรอบค่าเงินบาทวันนี้: เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 – 33.70 บาทต่อดอลลาร์
- การส่งออกน้ำมันตะวันออกกลาง: ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ราว 90% ของระดับก่อนสงคราม) ช่วยลดแรงกดดันราคาน้ำมัน
- ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (US Treasury yields): ยังทรงตัวในระดับสูง โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ดันดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อ
- ตัวเลขตำแหน่งงานเปิดใหม่สหรัฐฯ (JOLTS): เดือนสิงหาคมลดลงมาอยู่ที่ 7.079 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่า และแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์
การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทได้รับแรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากการผ่อนคลายของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังจากรายงานการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง โดยระดับการส่งออกฟื้นตัวขึ้นมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานตึงตัวและลดต้นทุนการนำเข้าของประเทศไทย
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินบาทยังคงมีกรอบจำกัด เนื่องจากดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวที่ทรงตัวในระดับสูง แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานอย่างตำแหน่งงานเปิดใหม่ (JOLTS) ประจำเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลงเหลือ 7.079 ล้านตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก็ตาม ทำให้ภาพรวมอัตราแลกเปลี่ยนยังคงแกว่งตัวผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศ
สรุปแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ มีทิศทางทรงตัวถึงแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในกรอบ 33.45 – 33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยบวกหลักจากการย่อตัวของราคาน้ำมันดิบตามปริมาณการส่งออกในตะวันออกกลางที่ฟื้นตัว ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐและผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยคอยกดดันไม่ให้เงินบาทแข็งค่ารวดเร็วเกินไป