ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดปรับตัวอ่อนค่ามาอยู่ที่ 31.28 บาทต่อดอลลาร์ ตามทิศทางดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นทั่วโลก ขานรับข่าวความคืบหน้าทางการเมืองและนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ช่วยลดความตึงเครียดในเวทีโลก โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินดังนี้:
- ทิศทางราคา: เปิดตลาด 31.28 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 31.08 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยหนุนดอลลาร์: ข้อตกลงกรีนแลนด์ระหว่างทรัมป์และนาโต รวมถึงการระงับเก็บภาษีศุลกากร 8 ประเทศยุโรป
- กรอบการเคลื่อนไหว: แนวรับสำคัญที่ 31.15 บาท และแนวต้านที่ 31.45 บาทต่อดอลลาร์
- สถานะพอร์ต: นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 2 พันล้านบาท แต่ซื้อสุทธิพันธบัตรไทยกว่า 9 พันล้านบาท
วิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจและทิศทางค่าเงินบาทวันนี้จากนโยบายทรัมป์
การอ่อนค่าของค่าเงินบาทในเช้านี้เป็นผลโดยตรงจากความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันกลางที่ประชุม World Economic Forum (WEF) ว่าจะไม่ใช้กำลังทหารในประเด็นกรีนแลนด์ และส่งสัญญาณประนีประนอมทางการค้าด้วยการงดเก็บภาษีศุลกากรจากยุโรป ทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้าและหันกลับมาถือครองดอลลาร์อีกครั้ง ประกอบกับนักลงทุนทั่วโลกกำลังรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้ง GDP ไตรมาส 3 และดัชนีราคา PCE เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด (Fed) ต่อไป
ในส่วนของตลาดทุนไทย แม้จะมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้น แต่ในตลาดพันธบัตรกลับมีแรงซื้อสุทธิเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองการพักเงินในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าในช่วงที่ค่าเงินมีความผันผวน ทั้งนี้ฝ่ายธุรกิจตลาดเงิน ทีทีบี ประเมินว่าค่าเงินบาทจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมตลอดไตรมาสแรกของปีนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานเฟดในเดือนพฤษภาคม
สรุปกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในวันนี้ แนะนำให้จับตาแนวรับที่ 31.15 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศ และพิจารณาขายทำกำไรเมื่อบาทอ่อนค่าแตะระดับ 31.45 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของนโยบายต่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา