ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB FM) และรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยล่าสุด ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยออกมาแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไว้
- กรอบค่าเงินวันนี้: คาดการณ์เคลื่อนไหวระหว่าง 31.00–31.25 บาทต่อดอลลาร์
- GDP ไตรมาส 4/2025: ขยายตัวที่ 2.5% (YoY) ส่งผลให้ภาพรวม GDP ทั้งปี 2025 เติบโตอยู่ที่ 2.4%
- ปัจจัยหนุนหลัก: การใช้จ่ายและการลงทุนจากภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน
- ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ: กองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) เข้าซื้อหุ้นเอเชียมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 ตามข้อมูลของ Goldman Sachs
เจาะลึกปัจจัยกดดันบาทอ่อนค่าสวนทางตัวเลขเศรษฐกิจ
แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะส่งสัญญาณบวกจากตัวเลข GDP ที่ออกมาสูงกว่าคาด แต่เงินบาทกลับเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าลงในช่วงข้ามคืน ปัจจัยสำคัญมาจาก “ราคาทองคำโลก” ที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อราคาทองคำร่วงลง มักจะมีแรงซื้อดอลลาร์คืนเพื่อชำระค่าทองคำ ส่งผลทางอ้อมให้เงินบาทอ่อนค่าลงตามกลไกตลาด
อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นเนื่องจากนักลงทุนถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นภาระต่อต้นทุนการนำเข้าของไทย ทำให้ความต้องการเงินดอลลาร์ในตลาดเพิ่มสูงขึ้น
ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียกำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติ รายงานจาก Goldman Sachs ระบุว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีการไหลเข้าของเงินทุนสู่ตลาดหุ้นเอเชียสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI และเทคโนโลยี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยช่วยพยุงไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าลึกจนเกินไปในระยะสั้น
สรุปภาพรวมเพื่อการตัดสินใจ
นักลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามกรอบการเคลื่อนไหวที่ 31.00–31.25 บาทต่อดอลลาร์อย่างใกล้ชิด แม้พื้นฐานเศรษฐกิจไทยจะดูดีขึ้นจากแรงหนุนของภาครัฐ แต่ปัจจัยภายนอกอย่างราคาทองคำและความผันผวนของดอลลาร์ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางค่าเงินในสัปดาห์นี้