ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมิน ค่าเงินบาทวันนี้มีการเคลื่อนไหวที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งมีปัจจัยบวกมาจากสถานการณ์โลกที่ผ่อนคลายลง สรุปประเด็นสำคัญที่มีผลต่อค่าเงินดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า: หลังจาก ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งกับอิหร่านใกล้ถึงจุดสิ้นสุด
- ราคาน้ำมันดิบลดลง: สหรัฐฯ พิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วน ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานโลกลดลงทันที
- ตลาดหุ้นฟื้นตัว: ความกังวลเรื่องสงครามที่ลดลงทำให้นักลงทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
- นโยบายในประเทศ: รัฐบาลไทยเตรียมแผนออก พรก. เงินกู้เพื่อพยุงกองทุนน้ำมัน หากราคาพลังงานในอนาคตกลับมาผันผวนสูง
วิเคราะห์ปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่าและสถานการณ์น้ำมันโลก
ปัจจัยหลักที่ทำให้ ค่าเงินบาทวันนี้ ปรับตัวแข็งค่า มาจากท่าทีที่อ่อนลงของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน โดย ปธน.ทรัมป์ ระบุว่ากำลังพิจารณาแนวทางการลดมาตรการคว่ำบาตรเพื่อช่วยดึงราคาน้ำมันโลกให้ต่ำลง ข่าวนี้ส่งผลบวกต่อประเทศที่นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย ช่วยลดความกดดันด้านดุลการค้าและอัตราเงินเฟ้อ ทำให้ค่าเงินบาทมีความน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ
ในส่วนของกลุ่ม G7 แม้จะมีการหารือเรื่องการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ แต่ปัจจุบันประเมินว่าสถานการณ์ยังไม่วิกฤตถึงขั้นต้องใช้มาตรการดังกล่าว เนื่องจากกลไกตลาดเริ่มตอบรับในเชิงบวกจากข่าวการเจรจา อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม เพราะหากราคากลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง รัฐบาลไทยอาจต้องใช้กลไกพิเศษทางการเงินเพื่อเข้ามาดูแลราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ
สำหรับผู้นำเข้าและส่งออก กรอบค่าเงินที่ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ ถือเป็นช่วงที่เงินบาทกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากผันผวนในช่วงก่อนหน้า นักลงทุนควรติดตามถ้อยแถลงเพิ่มเติมจากฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่าน เพราะทิศทางนโยบายต่างประเทศในช่วงนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางกระแสเงินทุน (Fund Flow) ที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สรุปภาพรวมตลาดการเงิน
ค่าเงินบาทวันนี้ มีทิศทางแข็งค่าในระยะสั้นตามดัชนีเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบ แนะนำให้ผู้ประกอบการจับตาแนวรับสำคัญที่ระดับ 31.50 บาท หากผ่านไปได้อาจเห็นการแข็งค่าต่อเนื่อง