ข้อมูลล่าสุดจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาทต่อดอลลาร์ สกุลเงินในภูมิภาคปรับตัวแข็งค่าขึ้นชัดเจน หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายฉับพลัน จากกรณีสหรัฐฯ ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านในนาทีสุดท้าย ประกอบกับแรงหนุนด้านสันติภาพจากปากีสถานและอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกกลับมารับรู้ความเสี่ยงในทิศทางผ่อนคลายลง
- กรอบแนวรับ-แนวต้านค่าเงินบาท: 33.50 – 33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- สถิติล่าสุดราคาน้ำมันดิบตลาดโลก: ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 92.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ลดลง 4.7%)
- สถิติล่าสุดราคาทองคำ: ไม่ผ่านแนวต้าน 4,138 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาเปิดตลาดทรงตัวที่ระดับราว 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ปัจจัยเศรษฐกิจระดับโลก: ตลาดรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps พร้อมติดตามตัวเลขดัชนี US Core PCE
ตลาดการเงินผ่อนคลายความตึงเครียด สหรัฐฯ-อิหร่าน เปิดทางเจรจาสันติภาพ
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาทและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก มาจากการปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการทหารของสหรัฐฯ ที่ระงับแผนการโจมตีอิหร่านในนาทีสุดท้ายช่วงปลายสัปดาห์ บรรยากาศการลงทุนยังได้รับปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการที่ประเทศปากีสถานและอิหร่านเดินหน้าเปิดช่องทางเจรจาสันติภาพรอบใหม่ร่วมกับสหรัฐฯ ช่วยลดแรงกดดันด้านความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยถ่วงตลาดการเงินก่อนหน้านี้ลงอย่างมีนัยสำคัญ
สภาวะสงครามที่ส่อแววผ่อนคลายส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงรุนแรงถึง 4.7% มาอยู่ที่ระดับ 92.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกไม่สามารถทดสอบผ่านแนวต้านสำคัญที่ 4,138 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และลงมาเคลื่อนไหวบริเวณราคาเปิดประมาณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะสั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งสัปดาห์นี้ คือผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bps รวมถึงการประกาศตัวเลขดัชนีราคาจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลหมวดพื้นฐาน (US Core PCE) ควบคู่ไปกับผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่อาจส่งผลให้ตลาดการเงินเกิดความผันผวนระลอกใหม่
สรุปภาพรวมค่าเงินบาทและแนวทางการรับมือความผันผวน
กรอบแนวโน้มค่าเงินบาทที่ระดับ 33.50-33.70 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนถึงภาวะการลงทุนที่เริ่มกลับเข้าสู่ความเสี่ยงปกติ แต่ยังคงมีปัจจัยภายนอกที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการปรับอัตราดอกเบี้ยของ Fed และการประกาศตัวเลข US Core PCE ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก รวมถึงนักลงทุน ควรวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนในช่วงสัปดาห์นี้