ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ระบุว่ารัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤติค่าครองชีพและปัญหาของแพง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 43 ล้านคน ทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นกำลังซื้อและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประจำวันอย่างเร่งด่วน ผ่านระบบการช่วยเหลือ 2 รูปแบบหลัก
- มาตรการ 60/40 กลุ่มทั่วไป: รัฐบาลช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% จำกัดสิทธิ 30 ล้านคน รับวงเงินเดือนละ 1,000 บาท รวมสูงสุด 4,000 บาท ตลอดระยะเวลา 4 เดือน
- กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: เพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้อีกเดือนละ 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน (จากเดิม 300 บาท) จำนวน 13.18 ล้านคน ระยะเวลา 4 เดือน โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่
- เงื่อนไขการตัดวงเงิน: วงเงินช่วยเหลือจะแจกเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น ๆ ยอดเงินจะถูกตัดทิ้งทันที ไม่สะสมไปในเดือนถัดไป
- กำหนดการลงทะเบียน: กลุ่มทั่วไปลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง วันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-22.00 น. เริ่มใช้สิทธิ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569
เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้มีสิทธิร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส
มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ในรอบนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออุดรอยรั่วทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้อัตราการว่างงานดีดตัวสูงขึ้นจากสภาวะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงื่อนไขสำคัญของผู้ที่จะลงทะเบียนในกลุ่มทั่วไป (มาตรการ 60/40) จะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีสัญชาติไทย และต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การกระจายเม็ดเงินเยียวยาเป็นไปอย่างทั่วถึงและไม่ทับซ้อนกัน
สินค้าที่เข้าร่วมโครงการจะเน้นไปที่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันเท่านั้น โดยทางกระทรวงการคลังได้กำหนดข้อห้ามชัดเจนว่า ไม่รวมร้านค้าบริการ เช่น ร้านทำผม ร้านทำเล็บ หรือร้านนวด เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบการผลิตสินค้าและการซื้อขายสินค้าหมุนเวียนในชุมชนอย่างแท้จริง สำหรับแหล่งเงินทุนของโครงการนี้เป็นการบริหารจัดการผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน ที่ได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอนกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
ความน่าสนใจของโครงการในรอบนี้คือการเชื่อมโยงระบบดิจิทัลเข้ากับการช่วยเหลือร้านค้าโชห่วยและร้านค้ารายย่อย โดยธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาฟีเจอร์ นกกระซิบ บนแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลการขาย บริหารจัดการสต๊อกสินค้า และเชื่อมโยงราคากลางจากกรมการค้าภายในในการเปรียบเทียบราคาวัตถุดิบ ซึ่งข้อมูลการค้าขายเหล่านี้จะถูกแปลงเป็น Statement ดิจิทัล เพื่อให้ร้านค้าสามารถนำไปใช้ยื่นขอสินเชื่อนโยบายรัฐได้ง่ายขึ้นในอนาคต
ไทม์ไลน์ลงทะเบียนและขั้นตอนการใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
กำหนดการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส ได้วางกรอบเวลาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนและร้านค้าเตรียมความพร้อมในการเข้าใช้งานระบบได้อย่างถูกต้อง โดยมีรายละเอียดไทม์ไลน์สำคัญดังนี้
วันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 จะเป็นช่วงเวลาเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยสามารถกดเข้าแบนเนอร์โครงการได้ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ในส่วนของร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐ สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ทันที ส่วนร้านค้าใหม่เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
การเริ่มต้นใช้จ่ายจะแบ่งออกเป็น 2 เฟสหลัก โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิจะสามารถเริ่มใช้จ่ายกับร้านค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป และสำหรับระบบสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) จะเปิดระบบให้เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 จนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาโครงการพร้อมกันในวันที่ 30 กันยายน 2569
สรุป
โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น 4 เดือน (มิถุนายน–september 2569) ที่รัฐบาลนำมาใช้แก้ปัญหาวิกฤติของแพง โดยกลุ่มทั่วไปจะได้รับสิทธิร่วมจ่าย 60/40 วงเงินสูงสุด 4,000 บาท ผู้ที่สนใจควรอัปเดตแอปพลิเคชันเป๋าตังให้พร้อม และเตรียมตัวลงทะเบียนในช่วงวันที่ 25-29 พฤษภาคมนี้ โดยต้องวางแผนใช้จ่ายให้หมดเป็นรายเดือนเนื่องจากไม่มีการสะสมยอดเงิน