ข้อมูลจากกระทรวงการคลังได้เปิดฉากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ด้วยโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) โดยเปิดระบบให้เริ่มสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลจะเข้ามาช่วยสนับสนุนค่าอาหารให้สูงถึง 60% และให้ประชาชนร่วมจ่ายสมทบเองเพียง 40% เท่านั้น ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและกระจายเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างชัดเจน ประเด็นสำคัญของเงื่อนไขและตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนกดสั่งมีดังนี้
- ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 โดยสามารถกดสั่งอาหารได้ระหว่างเวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน
- กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์ ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน และประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนสำเร็จอีก 30 ล้านคน รวมทั้งสิ้นกว่า 43 ล้านสิทธิ์
- วงเงินความช่วยเหลือ รัฐบาลสนับสนุนเงินช่วยเหลือสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน รวมสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และจำกัดยอดใช้จ่ายจากภาครัฐไม่เกินวันละ 200 บาท
- 4 แพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ GrabFood, LINE MAN, Robinhood และ ShopeeFood โดยมีร้านค้าที่เชื่อมระบบพร้อมให้บริการแล้วกว่า 88,000 ร้านค้า
ขั้นตอนการสั่งเดลิเวอรีและวิธีชำระเงินผ่านแอปเป๋าตัง
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงระหว่างผู้ให้บริการขนส่งอาหารเอกชนกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงส่วนลด 60% ได้อย่างสะดวก การรู้ขั้นตอนการกดสั่งอย่างละเอียดจะช่วยลดความผิดพลาดในการยืนยันออเดอร์ เนื่องจากระบบมีการจำกัดเวลาในการชำระเงินค่อนข้างเข้มงวด โดยผู้ใช้สิทธิ์สามารถสั่งซื้ออาหารตามกระบวนการดังนี้
เริ่มต้นด้วยการเปิดแอปพลิเคชันเป๋าตัง จากนั้นเลือกแบนเนอร์ “ฟู้ดเดลิเวอรี” ที่ปรากฏบนหน้าแรก หรือกดเข้าผ่านเมนูโครงการไทยช่วยไทยพลัส ระบบจะแสดงรายชื่อผู้ให้บริการทั้ง 4 ค่ายขึ้นมา ให้กดเลือกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการใช้งาน จากนั้นค้นหาร้านอาหารและกดเลือกเมนูที่ต้องการลงตะกร้าสินค้าตามปกติ โดยระบบของแอปเดลิเวอรีจะคำนวณสัดส่วนราคาระหว่างรัฐช่วยจ่ายและส่วนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้เห็นทันทีก่อนกดยืนยัน
เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ผู้ใช้สิทธิ์ต้องทำรายการชำระค่าจัดส่งและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีนั้น ๆ ให้เสร็จสิ้น (โครงการนี้สนับสนุนเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่ม ไม่รวมค่าส่ง) จากนั้นให้รอสัญญาณ Notification แจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อเข้าไปกดยืนยันการชำระเงินค่าอาหารส่วน 40% ผ่านบัญชี G-Wallet ด้วยการใส่รหัส PIN 6 หลัก และบันทึกสลิปไว้เป็นหลักฐาน เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน
ข้อควรระวังเรื่องเงื่อนไขเวลาและประเภทสินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ
สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสต้องระวังในการสั่งอาหารเดลิเวอรี คือ “กำหนดเวลาชำระเงิน” หลังจากที่ทำรายการผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีเสร็จสิ้นแล้ว ระบบจะส่งสัญญายอดค่าอาหารมายังแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องกดเข้าไปชำระเงินภายในเวลา 5 นาทีเท่านั้น หากปล่อยให้เลยเวลาที่กำหนด ระบบจะทำการยกเลิกคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการจองวงเงินและการเสียโอกาสของร้านค้า
นอกจากนี้ ในแง่ของประเภทสินค้าและกฎเกณฑ์การซื้อขาย โครงการนี้เปิดให้ใช้สิทธิ์ได้เฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มทั่วไปจากร้านค้าที่ลงทะเบียนผ่านระบบถุงเงินสำเร็จ ไม่รวมถึงสินค้าประเภทสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด หรือบริการชำระเงินล่วงหน้าทุกรูปแบบ และร้านอาหารแต่ละแห่งจะสามารถเลือกสมัครเข้าร่วมระบบผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีได้เพียง 1 ค่ายเท่านั้น แฟนบอลหรือผู้บริโภคจึงควรสืบค้นและเช็กสัญลักษณ์โครงการสีเขียวก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง
สรุป
มาตรการไทยช่วยไทยพลัสผ่านฟู้ดเดลิเวอรี เป็นสิทธิ์ช่วยเหลือลดค่าครองชีพที่เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ 15 มิถุนายน ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 ประชาชนทุกคนสามารถรับส่วนลดค่าอาหาร 60% สูงสุดวันละ 200 บาท ผ่าน 4 ค่ายเดลิเวอรีชั้นนำ โดยต้องจ่ายเงินส่วนที่เหลือผ่านแอปเป๋าตังภายใน 5 นาทีหลังการสั่งซื้อ เพื่อรักษาสิทธิ์ความคุ้มค่าและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน