ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้แจ้งเตือนผู้มีสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 หรือกลุ่มผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดค่าไฟ-ค่าน้ำ ประจำปี 2569 โดยกำหนดให้วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. เป็นวันสุดท้ายของการเปิดระบบรับสิทธิ เพื่อให้ทันรอบการช่วยเหลือในใบแจ้งหนี้รอบบิลถัดไป สรุปประเด็นสำคัญและตัวเลขเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ์ที่ต้องรู้ทันทีมีดังนี้
- กำหนดเวลาปิดระบบ วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. หากเลยเวลานี้จะพลาดสิทธิรอบบิลเดือนกรกฎาคม 2569 โดยใบแจ้งหนี้รอบสุดท้ายที่ใช้รับสิทธิคือรอบบิลเดือนสิงหาคม 2569
- เกณฑ์ส่วนลดค่าไฟฟ้า อุดหนุนสูงสุด 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (หากใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกัน 3 เดือน จะได้สิทธิไฟฟรีตามมาตรการรัฐเดิม แต่ถ้าใช้เกิน 50 หน่วย แต่ไม่เกิน 315 บาท ยอดบิลจะปรับเป็น 0 บาท ส่วนกรณีใช้เกิน 315 บาท จะต้องจ่ายเองเต็มจำนวนทั้งหมด)
- เกณฑ์ส่วนลดค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับยอดใช้น้ำรวมที่ไม่เกิน 315 บาท หากใช้น้ำเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับส่วนลด 100 บาทแล้วจ่ายส่วนต่างเอง แต่ถ้าใช้ค่าน้ำเกิน 315 บาท จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง)
- ข้อจำกัดการรับสิทธิ์ จำกัดสิทธิ์ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ ผูกกับรหัสประจำบ้าน โดยชื่อผู้ลงทะเบียนต้องตรงกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านการอนุมัติแล้วเท่านั้น
เงื่อนไขและประเภทสาธารณูปโภคที่ไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
การพิจารณาอนุมัติวงเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพื้นฐานในรอบปี 2569 กระทรวงการคลังได้วางมาตรการคัดกรองร่วมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำเป็นต้องตรวจสอบรูปแบบบิลและประเภทการใช้งานในที่พักอาศัยของตนเอง เนื่องจากระบบดิจิทัลจะตัดสิทธิ์ใบแจ้งหนี้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขโดยอัตโนมัติ เช่น กลุ่มบ้านเช่า หอพัก หรือคอนโดมิเนียม ที่ทางเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลเป็นผู้เรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟเองโดยไม่มีมาตรวัดน้ำหรือมิเตอร์ไฟแยกเป็นชื่อของผู้ถือบัตรโดยตรง จะไม่สามารถส่งข้อมูลเข้าระบบเพื่อขอรับส่วนลดได้
ในส่วนของค่าน้ำประปา บิลที่จะนำมาลงทะเบียนผ่านลิงก์ออนไลน์ต้องออกโดยการประปานครหลวง (กปน.) หรือการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เท่านั้น กรณีที่เป็นบิลเขียนมือ หรือเป็นค่าน้ำระบบหมู่บ้านที่จัดเก็บโดยองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล จะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการบรรเทาภาระนี้ได้ เช่นเดียวกับฝั่งค่าไฟฟ้าที่จำกัดเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย 1.1 หรือ 1.2 และหากตรวจพบว่าชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าในใบแจ้งหนี้ไม่ตรงกับฐานข้อมูลเลขบัตรประชาชนของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมีการลงทะเบียนซ้ำซ้อนในทะเบียนบ้านเดียวกัน ระบบจะขึ้นสถานะปฏิเสธการขอรับสิทธิ์ทันที
สำหรับกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าหรือห้องเช่าทั่วไป หากต้องการลงทะเบียนรับส่วนลดค่าไฟ-ค่าน้ำ ให้ผ่านเกณฑ์อย่างถูกต้อง จะต้องมั่นใจว่าบ้านเช่าหลังนั้นได้รับใบแจ้งหนี้และบิลเรียกเก็บเงินโดยตรงจากการไฟฟ้าและการประปาประจำพื้นที่ โดยผู้เช่าสามารถนำหมายเลขผู้ใช้น้ำและรหัสเครื่องวัดไฟของผู้ให้เช่ามาใช้กรอกข้อมูลควบคู่กับเลขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของตนเองได้ เพื่อให้ระบบเริ่มประมวลผลคำนวณส่วนลดในรอบบิลถัดไปโดยไม่มีการให้สัญญาสิทธิย้อนหลัง
ช่องทางลงทะเบียนรับส่วนลดแยกตามหน่วยงานและพื้นที่ให้บริการ
เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าใช้งานระบบและป้องกันความสับสนในการส่งข้อมูล ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถแยกสืบค้นลิงก์เว็บไซต์ทางการเพื่อลงทะเบียนรับส่วนลดค่าไฟ-ค่าน้ำ ได้ตามสังกัดที่ดูแลพื้นที่อยู่อาศัยจริง ดังนี้
ช่องทางออนไลน์สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า
- พื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ: ลงทะเบียนผ่านการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่เว็บไซต์ https://meaeservice.mea.or.th/welfare (โทร. 1130)
- พื้นที่ภูมิภาคและต่างจังหวัดทั่วประเทศ: ลงทะเบียนผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่เว็บไซต์ https://welfareregis.pea.co.th/Register (โทร. 1129)
- พื้นที่เขตสัมปทานกองทัพเรือ: ลงทะเบียนผ่านกิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ที่เว็บไซต์ https://walfareregis.sea.co.th (โทร. 086-848-1284)
ช่องทางออนไลน์สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำประปา
- พื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ: ลงทะเบียนผ่านการประปานครหลวง (กปน.) ที่เว็บไซต์ https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServlet (โทร. 1125)
- พื้นที่ภูมิภาคและต่างจังหวัดทั่วประเทศ: ลงทะเบียนผ่านการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ที่เว็บไซต์ https://register.pwa.co.th/welfare-register.html (โทร. 1662)
สรุป
มาตรการลงทะเบียนรับส่วนลดค่าไฟ-ค่าน้ำ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม มีกำหนดปิดรับสิทธิ์ในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. ถือเป็นกรอบเวลาสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ขั้นพื้นฐานเพื่อลดภาระค่าครองชีพในช่วงครึ่งปีหลัง ผู้มีสิทธิควรรีบเตรียมบิลสาธารณูปโภคและเข้าไปกรอกข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสการช่วยเหลือในรอบนี้