ข้อมูลจากฮั่วเซ่งเฮง เผย แนวโน้มราคาทองคำโลกยังคงปรับตัวขึ้นจากแรงหนุนของการชะลอตัวของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำแท่งอย่างต่อเนื่อง
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทรงตัว: ส่งผลให้ทองคำโลกมีแรงหนุนและขยับขึ้นชั่วคราว
- ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน: ข้อตกลงทางการทูตยังไม่แน่ชัด ขณะที่การเตือนตอบโต้จากสหรัฐฯ ทำให้น้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้น
- ผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว: สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างงบ 220 ต่อ 205 เสียง เลี่ยงภาวะ ชัตดาวน์ ซึ่งอาจดันดอลลาร์แข็งค่าในระยะถัดไปและกดดันราคาทองคำ
- แรงซื้อจากกองทุนใหญ่: กองทุน SPDR มียอดซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 2.0 ตัน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองและดอลลาร์
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะนี้ได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการทรงตัวของดัชนีเงินดอลลาร์ ทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่าทีทางการเมืองระหว่างประเทศระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความผันผวนสูง แม้จะมีการส่งสัญญาณต้องการบรรลุข้อตกลงทางการทูตเพื่อยุติการสนับสนุนการก่อการร้ายและนิวเคลียร์ แต่ความเสี่ยงในการปะทะตามเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ก็ดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อในตลาด
ในอีกมิติหนึ่ง ปัจจัยภายในของสหรัฐฯ เริ่มมีความชัดเจนขึ้นหลังจากสภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวสำเร็จ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะรัฐบาลชัตดาวน์ สถานการณ์นี้นอกจากจะช่วยฟื้นฟูความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่อาจหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำโดยตรง
เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่ พบว่ากองทุน SPDR ได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 2.0 ตัน สะท้อนถึงการสะสมสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง นักลงทุนที่กำลังวางแผนซื้อขายทองคำแท่งจึงควรติดตามการเปลี่ยนทิศของค่าเงินดอลลาร์และข่าวสารทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพื่อหาจุดเข้าซื้อและขายทำกำไรที่เหมาะสม
สรุปแนวโน้มราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความไม่สงบระหว่างประเทศและการสะสมของกองทุนใหญ่ แต่ควรระวังแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่อาจกลับมาแข็งค่าหลังสหรัฐฯ รอดพ้นภาวะชัตดาวน์