ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB FM) ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.55-32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทมีลักษณะ Sideways ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมกันนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เปิดเผยรายงานสถิติตลาดแรงงานไทย ไตรมาส 2/2569 ที่สะท้อนชะลอตัวของรายได้ โดยมีสรุปสาระสำคัญดังนี้
- กรอบเงินบาทวันนี้: เคลื่อนไหวในกรอบ 32.55-32.80 บาทต่อดอลลาร์ แรงกดดันหลักมาจากดอลลาร์แข็งค่า
- มาตรการการคลังสหรัฐฯ: รัฐมนตรีคลัง สก็อต เบสเซนต์ เตรียมใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน และตัดอิหร่านออกจากระบบเศรษฐกิจโลก
- นโยบายการค้าสหรัฐฯ-จีน: สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษี 5% ต่อสินค้าจีน จากประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ก่อนการประชุมสุดยอดกับ สี จิ้นผิง ในเดือนหน้า
- สถิติตลาดแรงงานไทย: ข้อมูลสภาพัฒน์ระบุ ค่าจ้างเฉลี่ยแรงงานไทย ไตรมาส 2/2569 ปรับลดลง 0.25% มาอยู่ที่ 15,937 บาทต่อเดือน
แนวโน้มค่าเงินบาทและปัจจัยกดดันดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ว่าดัชนีดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจาก สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศยกระดับมาตรการคว่ำบาตร โดยเตือนจะลงโทษทางเศรษฐกิจต่อทุกประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน เพื่อมุ่งตัดอิหร่านออกจากระบบการค้าและการเงินโลก ขณะที่ทางการอิหร่านยืนยันความพร้อมในการรับมือมาตรการดังกล่าว
ความตึงเครียดด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีสินค้าจากจีนในอัตรา 5% โดยอ้างเหตุผลเรื่องปัญหาอุปทานส่วนเกินหรือกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน ซึ่งประเด็นนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดก่อนการเจอกันในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนในเดือนหน้า
ปัจจัยต่างประเทศข้างต้นส่งผลให้ดอลลาร์ถูกถือครองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย กดดันให้ค่าเงินบาทในภูมิภาคผันผวนและแกว่งตัวในกรอบแคบ ตลาดจึงยังต้องติดตามการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด