ข้อมูลจาก กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินทิศทาง ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากการอ่อนค่าตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาทองคำในตลาดโลกที่ย่อตัวลงจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่
- ข้อมูลจาก กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุช่วงราคาเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประจำวันอยู่ที่ 33.00-33.25 บาทต่อดอลลาร์
- สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศตึงเครียดขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่ายังไม่มีกำหนดการเจรจากับทางอิหร่าน
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาทองคำที่ปรับลดลงตามความกังวลด้านเงินเฟ้อ
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาทและสถานการณ์พลังงานโลก
ทิศทางค่าเงินบาทในปัจจุบันเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่ขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่มีข้อยุติ ประกอบกับท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุชัดเจนว่ายังไม่มีการเจรจาใดๆ กับอิหร่านในขณะนี้ ส่งผลให้ตลาดการเงินยังคงระมัดระวังความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
ทิศทางตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของธนาคารกลาง
ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ รายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคมเติบโต 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MOM) ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากเดือนก่อนและออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ในฝั่งของตลาดตราสารหนี้ พบว่านักลงทุนในตลาดบอนด์ (US Treasury options) บางส่วนเริ่มดำเนินกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง จากความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2027
สรุปภาพรวมตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา
ภาพรวมความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังคงผันผวนตามปัจจัยภายนอก ทั้งราคาน้ำมันดิบ ราคาทองคำ และมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาว ผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงต้องติดตามข่าวสารเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและทิศทางค่าเงินที่อาจเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ระหว่างประเทศ