กยศ. เตรียมมาตรการเชิงรุก แจ้งองค์กรนายจ้างกว่า 80,000 แห่งทั่วประเทศ ให้เริ่มหักเงินเดือนพนักงานที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาจำนวน 1.2 แสนราย เพื่อนำเงินกลับมาหมุนเวียนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้รุ่นน้อง โดยจะเริ่มดำเนินการหักเงินงวดแรกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ที่ทำงานในองค์กรนายจ้างจำนวน 120,000 ราย
- กำหนดการ: ส่งหนังสือแจ้งผู้กู้เดือน ก.พ. และเริ่มหักเงินเดือนในเดือน มี.ค. 2569
- ช่องทางจัดการหนี้: แนะนำทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กยศ.
- ระบบชำระเงิน: ใช้งานผ่านระบบ e-PaySLF ของกรมสรรพากร
แนวทางการหักเงินเดือน กยศ. และสิทธิการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้กู้ยืม
การดำเนินการหักเงินเดือนในครั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้กู้ที่มีสัญญารายปี รายเดือน หรือแม้แต่ผู้ที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไว้แล้ว นายจ้างมีหน้าที่ต้องหักเงินเพื่อนำส่งกรมสรรพากรผ่านระบบ e-PaySLF โดย กยศ. ได้จัดเตรียมการสัมมนาออนไลน์เพื่อให้องค์กรนายจ้างทำความเข้าใจระบบงานและขั้นตอนต่างๆ ให้ถูกต้อง เพื่อลดข้อผิดพลาดในการนำส่งเงินคืนกองทุน
สำหรับผู้กู้ยืมที่กังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย กองทุนฯ เปิดโอกาสให้สามารถทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ซึ่งจะช่วยขยายเวลาชำระหนี้และลดโอกาสในการถูกฟ้องร้องหรือบังคับคดี ผู้กู้สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ของ กยศ. โดยใช้การยืนยันตัวตนและลงนามอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง หรือ ThaID ซึ่งมีความสะดวกรวดเร็วและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี
สรุปแล้ว มาตรการนี้ช่วยให้ระบบการชำระหนี้มีความมั่นคงและเป็นธรรมต่อผู้กู้ทุกกลุ่ม การนำส่งเงินคืนตามรอบเดือนไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาสถานะทางบัญชีของผู้กู้ไม่ให้เสียประวัติ แต่ยังเป็นการส่งต่อทุนการศึกษาให้กับเด็กไทยรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน หากนายจ้างหรือผู้กู้มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่าน Line Official Account ของ กยศ. ได้โดยตรง