ค่าเงินบาทไทย มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าขึ้น โดยกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินกรอบวันนี้ไว้ที่ 31.00-31.25 บาทต่อดอลลาร์ หลังได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่
- นักลงทุนคลายกังวลสงครามการค้า โยกเงินเข้าสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on) ในตลาด EM
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลง หลังความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มทุเลา
- ตัวเลขการใช้จ่ายครัวเรือนสหรัฐฯ ยังโตแกร่ง กระทบคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด
ปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่าและสภาวะตลาดการเงินโลก
การกลับมาแข็งค่าของเงินบาทในช่วงข้ามคืนเป็นผลมาจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดโลก ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในสหรัฐฯ และกระจายเงินลงทุนมายังกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มากขึ้น นอกจากนี้ ทิศทางของดัชนีเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงยังเป็นปัจจัยเสริมหลักที่ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียรวมถึงเงินบาทมีความแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
วิเคราะห์เงินเฟ้อ PCE และทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
ข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพฤศจิกายนที่ออกมาในระดับ 2%MOM และการใช้จ่ายที่แท้จริงของครัวเรือนที่ขยายตัว 0.3%MOM สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีแรงส่งที่ดี ข้อมูลที่แข็งแกร่งนี้ทำให้ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจจะยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้ ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะจะส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป
นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์และการป้องกันประเทศ
ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ย้ำถึงความสำคัญของข้อตกลงกับกรีนแลนด์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจผ่านการทำเหมืองแร่เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสหรัฐฯ ท่าทีดังกล่าวช่วยลดความไม่แน่นอนในเวทีการเมืองโลกบางส่วน และส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมกลับมาคึกคักอีกครั้ง