ข้อมูลจาก Sanook ระบุว่า การซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท หากเลือกกู้เต็มจำนวนและผ่อนชำระนาน 30 ปี ยอดเงินที่ต้องจ่ายจริงจะสูงกว่าราคาบ้านอย่างมากเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยตลอดสัญญา โดยหากคำนวณอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3% ต่อปี ยอดจ่ายรวมจะอยู่ที่ประมาณ 7.59 ล้านบาท แต่หากอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยขยับขึ้นเป็น 5% ต่อปี ยอดจ่ายรวมจะเพิ่มสูงถึงประมาณ 9.66 ล้านบาท
- ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3% ต่อปี: ค่างวดประมาณ 21,100 บาท/เดือน ยอดจ่ายรวมตลอดสัญญา 30 ปี อยู่ที่ประมาณ 7.59 ล้านบาท
- ดอกเบี้ยเฉลี่ย 5% ต่อปี: ค่างวดประมาณ 26,800 บาท/เดือน ยอดจ่ายรวมตลอดสัญญา 30 ปี อยู่ที่ประมาณ 9.66 ล้านบาท
- ผลต่างดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ต่างกันเพียง 2% ส่งผลให้ยอดเงินที่ต้องจ่ายจริงตลอด 30 ปี ต่างกันมากกว่า 2 ล้านบาท
- ต้นทุนจริงของอสังหาริมทรัพย์: การประเมินความพร้อมทางการเงินจึงต้องมองเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นปีแรก เพื่อป้องกันภาระค่างวดที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่ออ้างอิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (MRR) ในอนาคต
เปรียบเทียบยอดผ่อนบ้าน 5 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ตามระดับดอกเบี้ย
| อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดสัญญา | ค่างวดผ่อนต่อเดือน (โดยประมาณ) | ยอดเงินที่ต้องจ่ายรวม 30 ปี |
| 3% ต่อปี | 21,100 บาท | 7.59 ล้านบาท |
| 5% ต่อปี | 26,800 บาท | 9.66 ล้านบาท |
ข้อควรระวังเรื่องดอกเบี้ยโปรโมชั่นและค่าใช้จ่ายแฝงในการซื้อบ้าน
การพิจารณาสินเชื่อบ้านไม่ควรมองเฉพาะอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษในปีแรกหรือของแถมทางการตลาด สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่มักปรับเป็นอัตราลอยตัวที่อ้างอิงกับอัตรา MRR ของแต่ละธนาคารหลังหมดช่วงโปรโมชั่น สิ่งสำคัญในการเปรียบเทียบสินเชื่อคือการคำนวณยอดดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา รวมถึงการศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการไถ่ถอน การรีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือการขอรีรีเทนชัน (Retention) เพื่อลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต
นอกจากยอดกู้ซื้อบ้านและดอกเบี้ยแล้ว ยังมีกลุ่มค่าใช้จ่ายแฝงในวันโอนกรรมสิทธิ์และค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ผู้กู้ต้องตระเตรียมไว้เป็นเงินสดสำรอง ซึ่งประกอบไปด้วย:
- เงินดาวน์และค่าธรรมเนียมวันโอน: ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนองสินเชื่อ และค่าประเมินราคาหลักประกัน
- ค่าประกันภัยและค่าบริการสินเชื่อ: ประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) และประกันอัคคีภัยตามกฎหมาย
- ค่าใช้จ่ายการอยู่อาศัยต่อเนื่อง: ค่าส่วนกลางจ่ายล่วงหน้า ค่าตกแต่งต่อเติม และค่าบำรุงรักษาซ่อมแซมในระยะยาว
เทคนิคการโปะบ้านเพื่อลดดอกเบี้ยสะสม
เนื่องจากสินเชื่อบ้านเป็นการคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) การนำเงินก้อนมาชำระเพิ่มเติมจากค่างวดปกติหรือการ “โปะบ้าน” ในช่วงปีแรกๆ ที่เงินต้นยังเหลืออยู่มาก จะช่วยตัดเงินต้นโดยตรง ส่งผลให้ฐานการคำนวณดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้กู้ควรตรวจสอบเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้กับธนาคารเพื่อป้องกันค่าปรับจากการชำระคืนก่อนกำหนด และควรจัดสรรเงินสดไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน ก่อนนำเงินเก็บไปชำระหนี้บ้านทั้งหมด
สรุป
ภาระทางการเงินที่แท้จริงของการซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อน 30 ปี มีต้นทุนรวมประมาณ 7.5 ถึง 10 ล้านบาทขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่อง การวางแผนกู้บ้านให้ปลอดภัยจึงต้องเปรียบเทียบตารางผ่อนชำระ ยอดจ่ายรวมตลอดสัญญา เงื่อนไขการปรับดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่น และเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมดไว้ล่วงหน้า