ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมิน ค่าเงินบาทวันนี้มีการเคลื่อนไหวผันผวนในทิศทางอ่อนค่า โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 32.60-32.90 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยหลักมาจากแรงกดดันภายนอกประเทศที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและค่าเงินในภูมิภาค ดังนี้
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าและ Treasury yields พุ่งสูง: ผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% โดยส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาด
- ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูง: พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น จากกรณีข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซถูกปฏิเสธ
- การเปลี่ยนผ่านผู้นำ Fed: วุฒิสภาโหวตให้ “เควิน วอร์ช” เตรียมขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนต่อไป สร้างความตื่นตัวในตลาดการเงินโลก
- เงินบาทอ่อนค่าเร็ว: เป็นผลโดยตรงจากการที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง เมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งส่งผลให้ความต้องการดอลลาร์เพิ่มขึ้น
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาทและการส่งสัญญาณจาก Fed
การอ่อนค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วในช่วงนี้มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่แม้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ แต่รายละเอียดในแถลงการณ์กลับมีความเข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่คิด โดยมีกรรมการบางส่วนพยายามผลักดันให้ตัดถ้อยคำที่แสดงถึงแนวโน้มการ “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” ออกไป ส่งผลให้ตลาดตีความว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด (Higher for Longer)
นอกจากนี้นโยบายด้านพลังงานและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยซ้ำเติมสำคัญ ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี ส่งผลโดยตรงต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงาน เมื่อต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ความต้องการเงินดอลลาร์เพื่อชำระค่าสินค้าจึงเพิ่มแรงกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน
ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ ในแง่ของการบริหารจัดการนโยบายการเงินก็มีส่วนสำคัญ โดยการโหวตเลือก เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ขึ้นเป็นประธาน Fed คนใหม่ ถูกตลาดมองว่าเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนนโยบายที่อาจจะเน้นความเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต นักลงทุนจึงเริ่มโยกย้ายเงินทุนกลับไปถือครองสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเก็งกำไรจากอัตราผลตอบแทนที่จูงใจกว่า
| ปัจจัยทางเศรษฐกิจ | สถานะปัจจุบัน | ผลกระทบต่อเงินบาท |
| อัตราดอกเบี้ย Fed | คงที่ 3.50-3.75% (ท่าทีเข้มงวด) | อ่อนค่า |
| อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ | ปรับตัวสูงขึ้นรวดเร็ว | อ่อนค่า |
| ราคาน้ำมันดิบโลก (Brent) | แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี | อ่อนค่า |
| ทิศทางดอลลาร์สหรัฐฯ | แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก | อ่อนค่า |
สรุปภาพรวมและคำแนะนำในการบริหารความเสี่ยง
ทิศทางค่าเงินบาทวันนี้มีแนวโน้มทดสอบระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ ตามแรงหนุนของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการนำเข้าควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากความผันผวนมีโอกาสสูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านผู้นำ Fed และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอน