ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.30 ถึง 33.55 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการแข็งค่าของเงินเยนและการชะลอตัวของตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ
- กรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 33.30 ถึง 33.55 บาทต่อดอลลาร์
- เงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐฯ หรือ Core PCE เดือนมิถุนายน ขยายตัว 0.1 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
- ธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25 เปอร์เซ็นต์ตามคาด
ปัจจัยขับเคลื่อนค่าเงินบาทและทิศทางตลาดเงิน
ทิศทางค่าเงินบาทในรอบนี้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาค โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามทิศทางเงินเยน หลังจากสำนักข่าว Nikkei รายงานว่าทางการญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน ประกอบกับฝั่งสหรัฐฯ มีการขอราคาซื้อขายหรือ Check Rate สำหรับคู่เงินดอลลาร์และเยน ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาในทิศทางที่ช่วยผ่อนคลายความกังวล โดยดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานประจำเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์ในรายเดือน ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด เป็นผลมาจากการใช้จ่ายในภาคบริการที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าวัฏจักรการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ ใกล้สิ้นสุดลง
ผลกระทบจากนโยบายธนาคารกลางหลัก
ในส่วนของความเคลื่อนไหวจากฝั่งยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษหรือ BOE มีมติด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มชั่งน้ำหนักระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนรอบด้าน
สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ต้องทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนี้ยังคงต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทิศทางค่าเงินเยนและดอกเบี้ยนโยบายของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อค่าเงินบาทในระยะสั้น
ค่าเงินบาทวันนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30 ถึง 33.55 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากเงินเยนที่แข็งค่าและการชะลอตัวของเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งกดดันให้ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง นักลงทุนควรติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน