ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนผ่าน 2 มาตรการหลัก ครอบคลุมทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนทั่วไป ซึ่งระบบจะเริ่มเปิดให้ดำเนินการในส่วนต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเริ่มใช้งานดังนี้
- ประชาชนทั่วไป: รับสิทธิร่วมจ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส 60/40 รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% จำกัดวันละ 200 บาท วงเงินรวม 4,000 บาท (เดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน) ต้องลงทะเบียนใหม่ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง วันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-22.00 น.
- ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: ได้รับเงินเพิ่มอีกเดือนละ 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน นาน 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 โดยระบบจะต่ออายุสิทธิให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
- ข้อจำกัดประเภทร้านค้า: รอบนี้ปรับเกณฑ์ใหม่ เน้นช่วยค่าครองชีพสินค้าอุปโภคบริโภคเท่านั้น โดยสั่งห้ามร้านค้ากลุ่มบริการ เช่น ร้านทำผม ร้านนวด และร้านสปา เข้าร่วมโครงการ
เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส รอบใหม่
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ประเภท 60/40 สำหรับประชาชนทั่วไปจำนวน 30 ล้านสิทธิ มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์คุณสมบัติจากโครงการในอดีตอย่างเห็นได้ชัด โดยกำหนดให้ผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน (จากเดิมกำหนดอายุ 16 ปีขึ้นไป) ต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1-5 รวมถึงโครงการคนละครึ่งพลัสก่อนหน้านี้ เพื่อคัดกรองให้เม็ดเงินกระจายไปสู่กลุ่มแรงงานและผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึง
การใช้จ่ายในระบบร่วมจ่ายรอบนี้จำกัดสิทธิสูงสุดวันละ 200 บาท โดยเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาทจากรัฐบาลจะถูกรีเซ็ตใหม่ทุกเดือน หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้นจะไม่สามารถทบยอดไปยังเดือนถัดไปได้ โครงการจะเริ่มเปิดให้ใช้จ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิผ่านระบบฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) จะเริ่มระบบช้ากว่าปกติเล็กน้อย โดยเปิดให้ใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น.
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการและร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อสร้างรายได้ หากเป็นร้านค้าเดิมที่เคยอยู่ในระบบของรัฐอยู่แล้ว สามารถเข้าไปกดตรวจสอบและยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ทันที ส่วนกลุ่มร้านค้าใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ จะต้องนำเอกสารหลักฐานไปลงทะเบียนด้วยตัวเองที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ระหว่างวันที่ 25-30 พฤษภาคม 2569 เพื่อตรวจสอบสภาพร้านค้าประเภทอุปโภคบริโภคให้ตรงตามเงื่อนไขใหม่ของรัฐบาล
เสียงสะท้อนจากพื้นที่และการเตรียมพร้อมรับแรงซื้อในชุมชน
จากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในภูมิภาคต่างๆ พบว่ามีการตื่นตัวและมุมมองที่หลากหลายต่อโครงการนี้ ในพื้นที่ตลาดนัดเทศบาลตำบลบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ พ่อค้าแม่ค้าต่างแสดงความดีใจและพร้อมใจกันเตรียมระบบแอปพลิเคชันถุงเงินเพื่อรองรับแรงซื้อ เนื่องจากเชื่อมั่นว่ามาตรการร่วมจ่ายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากและชุมชนได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่ที่วางแผนเตรียมนำวงเงิน 1,000 บาทที่เพิ่มขึ้น ไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อกักตุนและลดภาระรายจ่ายในครอบครัว
ในทางกลับกัน กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ตลาดโต้รุ่งเทศบาลเมืองชัยนาทกลับสะท้อนมุมมองที่กังวลว่า วงเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท อาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงชั่วคราวในช่วง 4 เดือนของโครงการเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การค้าขายในภาพรวมค่อนข้างเงียบเหงา ซึ่งกลุ่มแม่ค้าอยากเห็นแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวจากรัฐบาลมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ร้านค้าส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะเข้าร่วมโครงการเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้ดีกว่าการขายรูปแบบปกติ
การบริหารจัดการเม็ดเงินและวางแผนใช้สิทธิรายวันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทั้งผู้บริโภคและร้านค้าต้องประเมินล่วงหน้า เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของสภาพคล่องในร้านค้าขนาดย่อมและช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ตรงจุดที่สุดตลอดระยะเวลา 4 เดือนของโครงการ
สรุป
โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้น 4 เดือนที่เน้นการช่วยเหลือค่าครองชีพด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ประชาชนกลุ่มทั่วไปต้องเตรียมความพร้อมเพื่อลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 60/40 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 นี้ โดยต้องบริหารจัดการเงินให้หมดเป็นรายเดือนเนื่องจากระบบไม่มีการสะสมยอดเงิน ส่วนกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถรอรับเงินโอนเข้าบัตรตามรอบได้ทันทีโดยไม่ต้องดำเนินการใดๆ