ข้อมูลล่าสุดจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.45-32.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยสถานการณ์เงินบาทเริ่มทรงตัว ท่ามกลางดัชนีเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวย่อลงเล็กน้อย ปัจจัยสำคัญมาจากฝั่งสหรัฐฯ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านตามคำร้องขอของกลุ่มชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าล่าสุดทางสหรัฐฯ จะยังปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงครามอย่างเป็นทางการก็ตาม
สรุปประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเชิงธุรกิจและอัตราแลกเปลี่ยน
- กรอบเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวเสถียรขึ้นในช่วง 32.45-32.70 บาทต่อดอลลาร์
- ดัชนีเงินดอลลาร์ย่อตัวลงจากความคลายกังวลชั่วคราวในสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ตัวเลขเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณบวก ด้าน GDP ไตรมาส 1 ขยายตัวได้ดี จากการเร่งตัวของการลงทุนรวม ภาคการส่งออก และการใช้จ่ายภาครัฐ
- ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนเมษายนชะลอตัว ยอดค้าปลีกเติบโตลดลงเหลือ 2%YOY และการลงทุนรวมหดตัวลง
เจาะลึกปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดโลก
ทิศทางของค่าเงินบาทและเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีความน่าสนใจ เนื่องจากได้รับแรงหนุนภายในประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้กิจกรรมทางการค้าและการลงทุนในประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น ภาคการส่งออกและการลงทุนรวมกลายเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยพยุงไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าลงรุนแรง แม้ว่าปัจจัยภายนอกประเทศยังคงมีความผันผวนสูง
ในฝั่งของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน ตัวเลขเดือนเมษายนที่ผ่านมาสะท้อนภาพการชะลอตัวในวงกว้างอย่างเห็นได้ชัด ยอดค้าปลีกที่ขยายตัวเพียง 2%YOY ประกอบกับตัวเลขภาคการลงทุนที่หดตัวลง กลายเป็นปัจจัยกดดันต่อภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งผู้ประกอบการและนักลงทุนจำเป็นต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อเนื่องเกี่ยวกับการค้าชายแดนและห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับผู้ที่ต้องทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ผู้นำเข้า และส่งออก การเคลื่อนไหวของเงินบาทในกรอบ 32.45-32.70 บาทต่อดอลลาร์ในวันนี้ ถือเป็นจังหวะที่เงินบาทค่อนข้างทรงตัว การบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางของดัชนีเงินดอลลาร์ได้ตลอดเวลา
สรุปภาพรวมคือค่าเงินบาทวันนี้มีแนวโน้มทรงตัวในกรอบ 32.45-32.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและสถานการณ์การเมืองโลกที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด