ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารกรุงไทย รายงานความคืบหน้า โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ล่าสุดในการเปิดลงทะเบียนเข้าสู่วันที่ 4 ระบบได้อนุมัติสิทธิให้กับประชาชนไปแล้วมากกว่า 25 ล้านราย ส่งผลให้ตัวเลขโควตากลางลดลงอย่างรวดเร็ว โดยมีประเด็นสำคัญที่ผู้ขอรับสิทธิ 4,000 บาท ต้องทราบดังนี้
- สิทธิคงเหลือล่าสุด: เว็บไซต์ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th รายงานยอดสิทธิคงเหลือ ณ เช้าวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 น. อยู่ที่ 4,588,422 สิทธิ จากทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ
- ช่องทางและกำหนดเวลา: ลงทะเบียนได้ผ่านแบนเนอร์โครงการบนแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น โดยระบบเปิดตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. และจะปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
- สถานะรอตรวจสอบ 3 วัน: กลุ่มผู้สมัครรายใหม่ที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาก่อน ระบบจะขึ้นข้อความให้รอการตรวจสอบคุณสมบัติภายใน 3 วันทำการ ซึ่งจะแจ้งผลผ่าน SMS หรือการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชัน
- การตัดสิทธิอัตโนมัติ: กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 และผู้ที่เคยถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งเฟส 1-5 จะถูกระบบคัดกรองออกและตัดสิทธิทันที
เจาะลึกเกณฑ์คุณสมบัติไทยช่วยไทยพลัส กลุ่มไหนผ่านฉลุย กลุ่มไหนเสี่ยงวืด
จากการติดตามสถานการณ์จริงของระบบลงทะเบียนในรอบนี้ พบว่าปริมาณการเข้ามาจับจองสิทธิของประชาชนหนาแน่นตั้งแต่วันแรก ส่งผลให้โควตากลางเหลือเฉลี่ยเพียงประมาณ 4.5 ล้านสิทธิเท่านั้นในปัจจุบัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนลงทะเบียนแล้วยังต้องรอสถานะตรวจสอบ เนื่องจากกระทรวงการคลังปรับเกณฑ์อายุขั้นต่ำของผู้มีสิทธิเป็นต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน เพื่อมุ่งเน้นการกระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มวัยทำงานและผู้ที่มีรายได้เป็นหลัก ต่างจากโครงการเดิมในอดีตที่เคยกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำไว้ที่ 16 ปี
สำหรับเงื่อนไขที่สร้างความกังวลให้กับผู้สมัครรายใหม่อย่างการขึ้นสถานะรอผล 3 วัน ปลัดกระทรวงการคลังได้ระบุว่า ระบบหลังบ้านกำลังเร่งเชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลกลางเพื่อคัดกรองสิทธิ ไม่ให้มีความซ้ำซ้อนกับกลุ่มผู้ถือบัตรคนจนที่จะได้รับวงเงินพิเศษเพิ่มอัตโนมัติเดือนละ 700 บาทอยู่แล้ว หากระบบตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้องและไม่ขัดต่อเงื่อนไข สิทธิวงเงินรวม 4,000 บาทจะถูกอนุมัติทันที ส่วนรายชื่อที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกริบคืนเข้าสู่ระบบส่วนกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นลงทะเบียนต่อจนกว่าจะครบสิทธิหรือปิดโครงการ
ในส่วนของการวางแผนใช้จ่าย วงเงินสนับสนุนจะถูกโอนเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังแบ่งเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไปจนถึง 30 กันยายน 2569 โดยกระทรวงการคลังกำหนดเงื่อนไขสำคัญคือ ยอดเงินจะไม่สามารถสะสมทบยอดไปในเดือนถัดไปได้ หากในเดือนนั้นใช้สิทธิร่วมจ่าย 60/40 ไม่หมด วงเงินส่วนที่เหลือจะถูกตัดทิ้งทันทีในเวลา 23.00 น. ของวันสิ้นเดือน การคำนวณสัดส่วนเงินร่วมจ่ายสูงสุดไม่เกินวันละ 200 บาทจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ได้รับสิทธิต้องบริหารจัดการ
ตารางสรุปหลักเกณฑ์การใช้สิทธิและประเภทร้านค้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส
เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายละเอียดการแบ่งเฟสและข้อห้ามประเภทร้านค้าได้ตามตารางต่อไปนี้
| หัวข้อเงื่อนไข | รายละเอียดการใช้งานในโครงการ | ข้อกำหนดและเวลาเปิด-ปิดระบบ |
| สิทธิซื้อสินค้าทั่วไป | เริ่มใช้งานวันแรก 1 มิถุนายน 2569 | สแกนจ่ายได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. |
| สิทธิระบบ Food Delivery | เริ่มใช้งานวันแรก 15 มิถุนายน 2569 | สั่งอาหารได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. |
| ประเภทร้านค้าที่เข้าร่วมได้ | ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านโชห่วยทั่วไป | ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน |
| ประเภทร้านค้าที่ถูกสั่งห้าม | ร้านทำผม ร้านทำเล็บ ร้านนวด และสปา | ไม่รองรับเนื่องจากเน้นสินค้าอุปโภคบริโภค |
สำหรับแนวปฏิบัติของผู้ที่ระบบขึ้นอนุมัติสิทธิเรียบร้อยแล้ว การเปิดใช้สิทธิครั้งแรกไม่จำเป็นต้องรีบร้อนสแกนจ่ายในวันแรก เนื่องจากโครงการไม่มีเงื่อนไขการตัดสิทธิหากไม่ใช้งานภายใน 14 วันเหมือนในอดีต ผู้ได้รับสิทธิสามารถเริ่มต้นใช้จ่ายวันไหนก็ได้ตลอดอายุโครงการจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพียงแค่ต้องเตรียมเติมเงินในสัดส่วน 40% ของตนเองเข้าสู่ระบบ G-Wallet ให้พร้อมก่อนการเรียกชำระเงินที่หน้าร้านค้า
สรุป
การเปิดลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในวันที่ 4 ล่าสุดยอดสิทธิคงเหลือลดลงเหลือประมาณ 4.5 ล้านสิทธิ ประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและยังไม่ได้สิทธิ ควรรีบดำเนินการสมัครผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังก่อนระบบปิดในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นี้ สำหรับกลุ่มที่ขึ้นสถานะรอตรวจสอบ 3 วัน ขอให้รอการแจ้งเตือนจากระบบตามขั้นตอนปกติ ส่วนผู้ถือบัตรคนจนจะถูกตัดสิทธิโดยอัตโนมัติเนื่องจากมีมาตรการช่วยเหลือแยกส่วนชัดเจนอยู่แล้ว