ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังคลายความกังวลด้านปัจจัยการเมืองในประเทศ สรุปสถิติและข้อมูลตัวเลขสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- กรอบความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยน: 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์ พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น
- ปัจจัยหนุนภายในประเทศ: ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 เสียง วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกงบประมาณขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
- ปัจจัยพลังงานโลก: ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ช่วยลดแรงกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดและการนำเข้าพลังงานของไทย
- สัญญาณหนุนตราสารหนี้สหรัฐฯ: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี จากปริมาณการออกพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยการเมืองท้องถิ่นและแรงหนุนราคาน้ำมันโลกต่อแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทได้รับแรงบวกหลักมาจากปัจจัยภายในประเทศ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง วินิจฉัยให้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท มีสถานะไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ข่าวดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับการเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการคลังของรัฐบาล ส่งผลให้มีกระแสเงินทุนไหลกลับเข้ามาหนุนให้สกุลเงินบาทแข็งค่าขึ้นทันทีในรอบวัน
นอกจากนี้ การอ่อนตัวลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเป็นอีกหนึ่งสเปกข้อมูลสำคัญที่เข้ามาช่วยพยุงค่าเงินบาท แม้ว่าในเชิงภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงมีความตึงเครียดสะสมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่อย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่การปรับลดลงของราคาพลังงานส่งผลดีโดยตรงต่อโครงสร้างงบประมาณการนำเข้าของประเทศไทย ทำให้แรงกดดันต่อการขาดดุลการค้าลดลงและเปิดโอกาสให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะสั้น
สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องนำมาคำนวณความเสี่ยงคือ คำแถลงของนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ที่ระบุว่าความต้องการใช้เทคโนโลยี AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบัน สอดคล้องกับการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ที่ให้อัตราผลตอบแทนหรือ Yield สูงสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนปริมาณอุปทานพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ
| ดัชนีเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยน | ตัวเลขสถิติล่าสุดในระบบ | แนวโน้มและผลกระทบต่อพอร์ตลงทุน |
| กรอบประมาณการค่าเงินบาท (SCB) | 33.25 – 33.50 | เงินบาทแข็งค่าขึ้น ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงนำเข้า-ส่งออก |
| มติศาลรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.กู้เงิน | 7 ต่อ 2 เสียง | ปลดล็อกข้อกฎหมาย หนุนเสถียรภาพการคลังระยะยาว |
| ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปี | สูงสุดในรอบ 20 ปี | สะท้อนปริมาณบอนด์ล้นตลาด ดึงดูดเงินทุนไหลเข้าตราสารหนี้ |
| ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากเฟดนิวยอร์ก | อุปสงค์ AI พุ่งสูง | ปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อใหม่ที่เฟดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด |
สรุป
ภาพรวม แนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ เคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าขึ้นชั่วคราวในกรอบ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับอานิสงส์หลักจากมติศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ประกอบกับราคาน้ำมันดิบโลกที่ย่อตัวลงช่วยลดแรงกดดันต้นทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อฝั่งสหรัฐฯ จากกระแสเทคโนโลยี AI และระดับ Yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทรงตัวในระดับสูงเพื่อจับจังหวะบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ