ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.95 ถึง 33.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นจากปัจจัยหลักด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- เงินบาทแข็งค่าขึ้นหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมชะลอตัว โดย Core CPI เพิ่มขึ้น 0.2 เปอร์เซ็นต์เทียบรายเดือน และ 2.5 เปอร์เซ็นต์เทียบรายปี ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021
- สหรัฐฯ มีการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปี วงเงิน 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ให้ผลตอบแทนหรือ yields สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ส่งผลให้โครงสร้างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีความชันขึ้น หรือ yield curve steepen
- ตลาดน้ำมันโลกเผชิญภาวะขาดแคลนอุปทาน 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 17.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดเงินและทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะนี้มีความสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินไป ขณะเดียวกันผลจากการประมูลพันธบัตรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นตัวสะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว
ในส่วนของตลาดพลังงาน ตัวเลขการขาดแคลนอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกและปริมาณสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงไป ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ควบคุมทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าและเสถียรภาพของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจทำธุรกรรมระหว่างประเทศ
สรุปภาพรวมกลยุทธ์ค่าเงินบาท
ค่าเงินบาทวันนี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 32.95 ถึง 33.20 บาทต่อดอลลาร์ ตามทิศทางดอลลาร์สหรัฐที่ตอบรับตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวและการขยับตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ผู้เกี่ยวข้องควรบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างระมัดระวัง