ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง เผยความคืบหน้าการพิจารณาเงื่อนไขโครงการ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงมติจากที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงข้อกำหนดในการคัดกรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เพื่อลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนกลุ่มฐานรากเข้าถึงระบบช่วยเหลือของภาครัฐได้มากขึ้น โดยสรุปการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์สำคัญได้ดังนี้
- ยกเลิกเงื่อนไขตัดสิทธิกรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปลดหย่อนภาษีเงินได้ ทำให้พ่อแม่ยังคงได้รับการพิจารณาสิทธิตามฐานะจริงรายบุคคล
- ปรับนิยามวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 100,000 บาท โดยไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตร เพื่อไม่ให้ภาระหนี้สินตามฤดูกาลหรือหนี้จากภัยธรรมชาติมาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิผู้กู้
- ดึงประชาชนกลุ่มเปราะบางชายขอบที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจพบเพิ่มเติมจำนวน 5,383,393 คน เข้าสู่ระบบคัดกรองเพื่อเตรียมประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
คลังปรับข้อกำหนดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ปลดล็อกเงื่อนไขช่วยเกษตรกรและผู้สูงอายุ
การปรับหลักเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการทบทวนข้อจำกัดในทางปฏิบัติจากระบบเดิม โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบสิทธิในรูปแบบรายบุคคลที่มีความยืดหยุ่นและสะท้อนสถานะทางการเงินที่แท้จริงของผู้ลงทะเบียน กลุ่มเป้าหมายแรกที่ได้รับประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากมติใหม่ได้ยกเลิกเงื่อนไขการตัดสิทธิในกรณีที่บุตรมีการนำชื่อของพ่อแม่ไปยื่นหักลดหย่อนภาษีอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาประจำปี ทำให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกินเกณฑ์ตามจริงไม่ถูกตัดสิทธิจากธุรกรรมภาษีของครอบครัว
ในส่วนของภาคการเกษตร คณะกรรมการฯ ได้รับข้อเสนอจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการปรับเปลี่ยนการคำนวณวงเงินสินเชื่อรวม ซึ่งกำหนดไว้ว่าผู้ลงทะเบียนต้องมีหนี้สินรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท โดยเกณฑ์ใหม่จะทำการคัดแยกและไม่นำวงเงินกู้ยืมเพื่อการเกษตรกรรมมารวมคำนวณ เนื่องจากโครงสร้างหนี้ของเกษตรกรเป็นสินเชื่อหมุนเวียนที่มีลักษณะเฉพาะตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก และส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความจำเป็นในการฟื้นฟูผลผลิตหลังประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นดัชนีชี้วัดฐานะความจนหรือรวยในการรับสวัสดิการ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการจัดเตรียมมาตรการรองรับสำหรับผู้ถือบัตรรายเดิมที่อาจไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองใหม่ของปี 2569 โดยจะเสนอให้ได้รับสิทธิเยียวยาชั่วคราวภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ในช่วงระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบและเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยตัวจริงสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบสวัสดิการใหม่ที่จะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติรอบสุดท้ายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นี้
| หลักเกณฑ์การคัดกรอง | เงื่อนไขเดิมในระบบ | ข้อกำหนดใหม่ตามมติคลังปี 2569 |
| เกณฑ์ภาษีครอบครัว | ตัดสิทธิพ่อแม่หากบุตรใช้ชื่อลดหย่อนภาษี | ยกเลิกเกณฑ์นี้ พิจารณาจากรายได้จริงของพ่อแม่ |
| การคำนวณหนี้สิน | รวมวงเงินสินเชื่อทุกประเภทรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท | ไม่นับรวมสินเชื่อเกษตร คำนวณเฉพาะหนี้พาณิชย์ทั่วไป |
| ฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ | คัดกรองจากฐานข้อมูลผู้ลงทะเบียนรายเดิม | เพิ่มกลุ่มเปราะบางจากกระทรวงมหาดไทยอีก 5.38 ล้านคน |
สรุป
ภาพรวมการปรับหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ล่าสุดของกระทรวงการคลัง เป็นการผ่อนปรนเงื่อนไขเชิงโครงสร้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มเกษตรกรและผู้สูงอายุ โดยการไม่นับรวมหนี้สินภาคการเกษตรในโควตาวงเงินกู้ 100,000 บาท และยกเลิกการผูกสิทธิกับยอดลดหย่อนภาษีของบุตร ประชาชนผู้ลงทะเบียนสามารถนำข้อมูลคุณสมบัติเหล่านี้ไปเช็กความพร้อมของตนเองก่อนการประกาศผลการพิจารณาสิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569