ข้อมูลจากสถาบันการเงินระดับโลกและรายงานวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง เผยทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่มีการปรับตัวสูงขึ้นชั่วคราว ท่ามกลางความผันผวนจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลาย โดยมีสถิติตัวเลขและสเปกข้อมูลสำคัญที่เกิดขึ้นในระบบดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY): ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนอยู่ต่ำกว่าระดับ 101 หน่วย หนุนราคาทองคำพุ่งขึ้นสั้น ๆ
- การปรับเป้าหมายจากสถาบันการเงิน: ธนาคารเจพีมอร์แกน (JP Morgan) หั่นคาดการณ์ราคาทองคำปี 2026 ในไตรมาส 3 ลงมาอยู่ที่ 4,300 ดอลลาร์ และไตรมาส 4 อยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ จากเดิมที่เคยประเมินไว้สูงถึง 6,000 ดอลลาร์
- การเคลื่อนไหวของวาฬทางการเงิน: กองทุน SPDR เทขายทองคำล็อตใหญ่ออกมาปริมาณ 3.71 ตัน ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
- สถานการณ์พลังงานโลก: ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มส่งสัญญาณบวกจากการส่งหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝรั่งเศสเข้าไปดูแลความปลอดภัย
ปัจจัยเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันต่อแนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง
การทรุดตัวลงของดัชนีเงินดอลลาร์จนหลุดเกณฑ์ 101 หน่วย กลายเป็นปัจจัยเชิงบวกหลักที่เข้ามาขับเคลื่อนราคาทองคำในตลาดโลกให้มีแรงซื้อคืนกลับเข้ามาอย่างหนาแน่น ประกอบกับบริบทแวดล้อมด้านการขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซที่มีทิศทางดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ร่วมมือกันส่งหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเข้าเคลียร์พื้นที่ ส่งผลให้การเดินเรือพาณิชย์กลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติและกดดันให้ราคาน้ำมันดิบลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลดอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว
แม้ว่าภาพรวมความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะผ่อนคลายลงและช่วยลดต้นทุนพลังงาน แต่ฝั่งนโยบายการเงินกลับสร้างแรงกดดันครั้งใหม่ให้กับนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากธนาคารเจพีมอร์แกนได้ออกมาปรับเปลี่ยนตัวเลขพยากรณ์ราคาทองคำในใจใหม่ โดยให้เหตุผลว่าระบบเศรษฐกิจฝั่งอเมริกาอาจเผชิญภาวะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่กระแสความคาดหมายของตลาดเงินประเมินไว้ ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจึงกลายเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ
จากตัวแปรด้านดอกเบี้ยที่อาจขยับขึ้นเร็ว ส่งผลให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่อย่างกองทุน SPDR เลือกที่จะลดความเสี่ยงในพอร์ตลงทุนด้วยการทยอยแบ่งขายทองคำออกมาถึง 3.71 ตัน สถิติการขายสุทธิดังกล่าวสอดคล้องกับการลดเป้าหมายราคาของเจพีมอร์แกนจาก 6,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือสูงสุดที่ 4,500 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2026 ข้อมูลจริงเหล่านี้ทำให้นักบริหารพอร์ตและผู้ประกอบการค้าทองคำในประเทศ ต้องปรับงบประมาณและคำนวณจุดรับความเสี่ยงทางเทคนิคใหม่อย่างรอบคอบ
| ตัวแปรและดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ | ข้อมูลและตัวเลขจริงในระบบ | แนวโน้มผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) | ต่ำกว่าระดับ 101 หน่วย | ปัจจัยบวก หนุนราคาทางเทคนิคในระยะสั้น |
| คาดการณ์ราคาทองคำ ไตรมาส 3/2026 | 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ | ปรับลดลงจากเป้าหมายเดิม คลายความร้อนแรง |
| คาดการณ์ราคาทองคำ ไตรมาส 4/2026 | 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ | เป้าหมายใหม่ช่วงปลายปีจากการวิเคราะห์ของ JP Morgan |
| ปริมาณการเทขายของกองทุน SPDR | ลดสัดส่วน 3.71 ตัน | แรงกดดันฝั่งอุปทาน ชะลอตัวขอบขาขึ้น |
สรุป
ภาพรวม แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง ในปัจจุบันเผชิญสภาวะผันผวนในกรอบจำกัด แม้ดอลลาร์ที่ร่วงหลุด 101 หน่วยและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นบวกจะช่วยหนุนราคาในระยะสั้น แต่การที่ JP Morgan หั่นเป้าราคาทองคำปี 2026 ลงมาอยู่ที่ระดับ 4,300 – 4,500 ดอลลาร์ ร่วมกับการเทขายของกองทุน SPDR อีก 3.71 ตัน ย่อมเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ลงทุนควรกระจายงบประมาณและติดตามมาตรการดอกเบี้ยของเฟดอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจซื้อขาย