ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยแผนการจำหน่าย บอนด์ ออมพลัส ซึ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลรุ่นล่าสุด ประจำปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป มนุษย์เงินเดือน และผู้สูงอายุ เข้าถึงทางเลือกการออมที่มีความมั่นคงสูงและให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยมีกำหนดการเปิดขายล็อตแรกในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 สรุปสเปกและเงื่อนไขสำคัญเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- วงเงินและรุ่นอายุ: เปิดจำหน่ายล็อตแรกวงเงินรวม 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุ 3 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี
- ช่องทางวอลเล็ต สบม. (แอปพลิเคชันเป๋าตัง): วงเงิน 2,000 ล้านบาท เงื่อนไขการจัดสรรแบบมาก่อนได้ก่อน (First-come, First-served) ลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 100 บาท
- ช่องทาง Bond Connect Platform: วงเงิน 2,000 ล้านบาท เงื่อนไขการจัดสรรแบบกระจายสิทธิให้รายย่อย (Small Lot First) จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ผ่านธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือแอปพลิเคชัน Streaming โดยใช้บัญชีหุ้นไทยร่วมซื้อได้ทันที
- จุดเด่นการจ่ายผลตอบแทน: เพิ่มระบบสภาพคล่องในตลาดรองเพื่อสะท้อนราคาซื้อขายที่โปร่งใส และปรับเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและการจ่ายดอกเบี้ยที่จูงใจกว่าการออมทรัพย์รูปแบบเดิม
เจาะลึกประเภท พันธบัตรรัฐบาล และฟีเจอร์เด่นของ บอนด์ ออมพลัส
การระดมทุนของภาครัฐผ่านการออก พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) เป็นการออกตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในระบบการเงิน เนื่องจากได้รับการค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยจากรัฐบาลตามกฎหมาย โดยปกติในประเทศไทยจะมีการจำหน่ายตราสารหนี้ภาครัฐแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ ตั๋วเงินคลัง ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ที่จ่ายผลตอบแทนในรูปแบบส่วนลด, พันธบัตรรัฐบาลแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ ระยะยาวสูงสุดถึง 50 ปี, พันธบัตรออมทรัพย์ ที่จำกัดวงเงินเพื่อเน้นให้ประชาชนรายย่อยซื้อ, พันธบัตรรัฐบาลชดเชยเงินเฟ้อ เพื่อรักษามูลค่าเงินตามดัชนีค่าครองชีพ และพันธบัตรรัฐบาลอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ที่ปรับเปลี่ยนผลตอบแทนตามดัชนีตลาดเงิน
สำหรับโครงการ บอนด์ ออมพลัส ล่าสุดนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า เป็นการปรับโฉมเครื่องมือการออมเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคดิจิทัล โดยเพิ่มคุณสมบัติการจำหน่ายเป็นรายเดือนเพื่อความต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศการลงทุนใหม่ผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันระหว่าง สบน., ธนาคารแห่งประเทศไทย, บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำให้นักลงทุนสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายหุ้นทั่วไปได้ทันที เพิ่มความสะดวกและช่วยกระจายฐานผู้ลงทุนสู่ระดับภูมิภาคอย่างทั่วถึง
ในด้านความเสี่ยง แม้ว่าพันธบัตรรัฐบาลจะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก แต่ผู้ถือครองยังคงต้องคำนวณและบริหารงบประมาณเงินลงทุนให้สอดคล้องกับระยะเวลาถือครอง เนื่องจากหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดก่อนครบกำหนดอายุสัญญา 3 ปี หรือ 10 ปี ผู้ลงทุนจะต้องนำไปขายเปลี่ยนมือในตลาดรอง ซึ่งอาจเผชิญความเสี่ยงจากสภาพคล่องและราคาซื้อขายในตลาดขณะนั้น อย่างไรก็ตาม บอนด์ ออมพลัส ได้มีการปรับปรุงกลไกตลาดรองให้สะท้อนราคาที่แท้จริงและโปร่งใสมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในส่วนนี้ให้แก่ประชาชน
| ช่องทางการจองซื้อบอนด์ | วงเงินจัดสรร (ล้านบาท) | รูปแบบการคัดเลือกสิทธิ | ยอดเงินจองซื้อขั้นต่ำ (บาท) | อุปกรณ์และแอปพลิเคชันที่รองรับ |
| วอลเล็ต สบม. | 2,000 | มาก่อนได้ก่อน (First-come, First-served) | 100 | แอปพลิเคชันเป๋าตัง |
| Bond Connect Platform | 2,000 | กระจายรายย่อย (Small Lot First) | 1,000 | แอปฯ Streaming / ธนาคาร / บล. ที่ร่วมรายการ |
รายชื่อสถาบันการเงินและตัวแทนจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ผู้ลงทุนที่สนใจเข้าซื้อ บอนด์ ออมพลัส ผ่านระบบ Bond Connect Platform สามารถติดต่อและใช้บริการผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการประจำปี 2569 ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มสถาบันการเงินการธนาคารจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารออมสิน
นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกส่งคำสั่งจองซื้อผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ชั้นนำอีก 18 แห่ง อาทิ บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง, บล.กรุงศรี, บล.กสิกรไทย, บล.โกลเบล็ก, บล.ทีทีบี เวลธ์, บล.ดาโอ, บล.บียอนด์, บล.ฟิลลิป, บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บล.เอเซีย พลัส, บล.ไอร่า, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.อินโนเวสท์ เอกซ์, บล.หยวนต้า, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล และ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน โดยระบบจะเปิดรับคำสั่งพร้อมกันตามตารางเวลาที่กระทรวงการคลังกำหนด
สรุป
การเปิดจำหน่าย บอนด์ ออมพลัส วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ถือเป็นทางเลือกการลงทุนใน พันธบัตรรัฐบาล ที่ออกแบบมาเพื่อกระจายโอกาสการออมสู่ประชาชนอย่างเท่าเทียม ด้วยเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 100 บาทบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง และระบบ Small Lot First ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงพอร์ตลงทุนและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ