ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันการโอนงบประมาณจ่าย เบี้ยผู้พิการ หรือ เบี้ยยังชีพคนพิการประจำเดือนกรกฎาคม 2569 เข้าบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยสรุปตัวเลขเม็ดเงินและเงื่อนไขสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจและตรวจสอบสิทธิได้ทันที ดังนี้
- กลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี: ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการอัตราเดียวยอดรวม 1,000 บาทต่อเดือน โอนตรงเข้าบัญชี
- กลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป (มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ): ได้รับเบี้ยยังชีพพื้นฐาน 800 บาท และได้สิทธิกดเงินเพิ่มจากบัตรคนจนอีก 200 บาท รวมรับเงินสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน
- กลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป (ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ): ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการในอัตราพื้นฐานคงเดิมที่ 800 บาทต่อเดือน
- ช่องทางการขึ้นทะเบียนรายใหม่: เปิดให้ลงทะเบียนยื่นสิทธิได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการคนพิการในเขตกรุงเทพมหานคร
เจาะลึกเกณฑ์การจ่าย เบี้ยผู้พิการ และโครงสร้างสิทธิประโยชน์สะสมประจำเดือน
การจัดสรรงบประมาณ เบี้ยผู้พิการ ประจำเดือนกรกฎาคมนี้ รัฐบาลยังคงใช้สูตรการจ่ายเงินเยียวยาแบบแยกตามเกณฑ์อายุและสิทธิประโยชน์ร่วมจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พิการและผู้ดูแลสามารถนำตัวเลขรายได้ที่แน่นอนไปใช้วางแผนบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าเวชภัณฑ์ หรือค่าเดินทางไปพบแพทย์ได้อย่างแม่นยำ
ในส่วนของกลุ่มผู้พิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาทผ่านช่องทางกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นสเปกสิทธิประโยชน์เสริมที่เข้ามาช่วยเติมเต็มยอดเงินรวมให้แตะระดับ 1,000 บาท ซึ่งเงินในส่วนนี้ระบบจะทำการแยกกระบวนการโอนเงินออกจากเบี้ยยังชีพพื้นฐาน 800 บาท ผู้มีสิทธิจึงควรตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคารและในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐควบคู่กันเพื่อป้องกันความผิดพลาดของระบบ
สำหรับผู้พิการที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิมาก่อน การศึกษาขั้นตอนและเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจะช่วยให้ไม่เสียสิทธิ์ในอนาคต เนื่องจากระบบไอทีของภาครัฐจะเริ่มคำนวณการจ่ายเงินอุดหนุนนับจากเดือนที่ยื่นเอกสารและผ่านการอนุมัติแล้วเท่านั้น การเตรียมพร้อมเรื่องพอร์ตหลักฐาน เช่น ใบรับรองความพิการจากแพทย์และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร จึงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้
| กลุ่มเป้าหมายผู้รับสิทธิ | อัตราเบี้ยยังชีพพื้นฐาน (บาท) | เงินเพิ่มจากบัตรสวัสดิการ (บาท) | ยอดรวมเงินที่จะได้รับสุทธิ (บาท/เดือน) |
| ผู้พิการอายุต่ำกว่า 18 ปี | 1,000 | – | 1,000 |
| ผู้พิการอายุ 18 ปีขึ้นไป (มีบัตรคนจน) | 800 | 200 | 1,000 |
| ผู้พิการอายุ 18 ปีขึ้นไป (ไม่มีบัตรคนจน) | 800 | – | 800 |
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนคนพิการรายใหม่เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์
สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องยื่นขอรับ เบี้ยผู้พิการ เป็นครั้งแรก รัฐบาลได้กระจายพิกัดจุดบริการจัดตั้งทั่วประเทศเพื่ออำนวยความสะดวก ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในส่วนภูมิภาคสามารถเดินทางไปติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดของทุกจังหวัด ส่วนผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำร้องได้ที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร
หลักฐานสำคัญที่ต้องจัดเตรียมไปยื่นประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง, ทะเบียนบ้านปัจจุบัน, ใบรับรองความพิการจากโรงพยาบาลรัฐที่ระบุประเภทความพิการอย่างชัดเจน และหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารเล่มปัจจุบันที่ต้องการให้โอนเงินเข้า ในกรณีที่ผู้พิการไม่สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องได้ด้วยตนเองเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ สามารถทำหนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ดูแลหรือญาติสายตรงเป็นผู้ดำเนินการแทนได้
ระบบฐานข้อมูลกลางจะใช้เวลาตรวจสอบประวัติและคัดกรองคุณสมบัติเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนกับสวัสดิการประเภทอื่น เมื่อการพิจารณาเสร็จสิ้นและได้รับการอนุมัติสิทธิ เงินช่วยเหลือจะถูกโอนเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารตามตารางเวลาการจ่ายเงินประจำเดือนของภาครัฐทันที ช่วยให้ครัวเรือนที่มีผู้พิการมีหลักประกันทางการเงินขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต
สรุป
การโอนจ่าย เบี้ยผู้พิการ ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 โดยผู้สิทธิกลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี และกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน ส่วนผู้พิการรายใหม่ควรรีบจัดเตรียมเอกสารไปขึ้นทะเบียน ณ สำนักงาน พมจ. หรือศูนย์บริการคนพิการตามภูมิลำเนาเพื่อรับสิทธิประโยชน์ในงวดถัดไป