ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินทิศทางค่าเงินบาทวันนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.45 บาทต่อดอลลาร์ โดยสถานการณ์ภาพรวมยังมีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้างชั่วคราว (Sideways) ตามดุลยภาพของดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สรุปปัจจัยสำคัญและสถิติตัวเลขเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- กรอบอัตราแลกเปลี่ยนคาดการณ์: 33.20 – 33.45 บาทต่อดอลลาร์
- ขีดความสามารถการขนส่งพลังงาน: ปริมาณการลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังได้รับปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ (ISM): ตัวเลขประจำเดือนมิถุนายนปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53.3 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ความคาดหมายของตลาดทุน
- สถิติตลาดแรงงานอเมริกา (ADP): ยอดการจ้างงานภาคเอกชนปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 98,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นสเปกตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมายพยากรณ์ล่วงหน้า
ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแรงกดดันต่อทิศทางดอลลาร์
ภาพรวมเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐอเมริกาเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ เผยแพร่ดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนมิถุนายนที่ร่วงลงมาแตะระดับ 53.3 ประกอบกับรายงานการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ที่ประกาศยอดเพิ่มขึ้นเพียง 98,000 ตำแหน่ง สถิติตัวเลขที่ย่ำแย่เกินคาดเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยหลักที่เข้าไปลดทอนความร้อนแรงของดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งผลให้โอกาสในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับสูงในระยะยาวเริ่มถูกตั้งคำถามจากนักลงทุนในตลาดเงิน
ในขณะเดียวกัน นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ออกมาแสดงทัศนะเชิงบวกต่อสถานการณ์การเงินโลก โดยระบุว่าความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อภายในระบบเศรษฐกิจได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คำแถลงการณ์ดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความกังวลของกลุ่มผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก เนื่องจากส่งสัญญาณว่ามาตรการคุมเข้มทางการเงินเริ่มสัมฤทธิ์ผล และเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอาจพิจารณาปรับลดต้นทุนทางการเงินในอนาคต หากตัวเลขทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ยังคงชะลอตัวลงตามแผนงาน
นอกจากปัจจัยนโยบายการเงินแล้ว บริบทด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกก็เริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดลงเช่นกัน หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าความร่วมมือและการเจรจาทางอ้อมกับประเทศอิหร่านมีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี ส่งผลให้การเดินเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัวขึ้นอย่างมีเสถียรภาพมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปัจจัยหนุนด้านพลังงานนี้ช่วยสกัดกั้นการดีดตัวของราคาน้ำมันดิบโลก และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เงินบาทคงสถานะแกว่งตัวแบบจำกัดงบประมาณความผันผวนได้อย่างต่อเนื่อง
ตารางเปรียบเทียบตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อค่าเงินบาท
| ตัวแปรและดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ | ตัวเลขจริงในระบบ (มิถุนายน) | แนวโน้มและสถานะต่อค่าเงินบาท |
| ดัชนี ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯ | 53.3 (ต่ำกว่าตลาดคาด) | ชะลอความแข็งค่าของดอลลาร์ ยันบาทไม่ให้อ่อนเกินไป |
| ยอดจ้างงานภาคเอกชน (ADP) | 98,000 ตำแหน่ง (ต่ำกว่าคาด) | ส่งผลลบต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มโอกาสบาททรงตัว |
| ปริมาณขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ | มากกว่า 10 ล้านบาร์เรล/วัน | ลดความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อโลก หนุนบาทเคลื่อนไหวเสถียร |
สรุป
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทวันนี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบ 33.20-33.45 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับอิทธิพลเชิงโครงสร้างจากการชะลอตัวของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนีภาคการผลิตและการจ้างงาน แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกจากการเจรจาทางการเมืองระหว่างประเทศที่ราบรื่นช่วยควบคุมงบประมาณความเสี่ยงด้านพลังงานโลกได้ดี ผู้บริหารพอร์ตลงทุนและผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศสามารถนำสถิตินี้ไปใช้คำนวณและประเมินทิศทางกระแสเงินทุนเพื่อวางแผนการบริหารความเสี่ยงทางอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างแม่นยำ